ลุงเหลิม อายุประมาณ 60 ปี แกเป็นเพื่อนผม ผมจะมีเพื่อนหลายรุ่นครับ ลุงเหลิมแกประมาณเกือบรุ่นพ่อ แกอายุน้อยกว่าพ่อผมแต่แกตำท่าทางแก่...ผมเลยเรียกแกว่าลุงนะครับ พ่อผมอายุ 73 แต่ผมไม่ทราบว่าพ่อแก่แค่ใหนนั่นเป็นเพราะว่าพ่อผมท่านลาโลกไปหลายปีแล้ว....กับลุงเหลิมนี่เจอกันบ่อยทุกครั้งก็มีดื่มเหล้ายาดองด้วยกันแกชอบ “เสือ 11 ตัว” ครับ ช่วงนี้เข้าพรรษาผมงดดื่ม ลุงเหลิมแกเลยเล่นคนเดียว ผมเห็นขวดเหล้าขาววางเกลื่อนใต้ถุนบ้าน ซองเสือ 11 ตัว ก็เหมือนกัน เพราะผมไม่ได้ช่วยแกดื่มด้วยแกดื่มคนเดียว สงสัยแกจะคุมเสือไม่อยู่กระมัง...เสือจึงเพ่นพ่าน น้องสาวแกบ่นประจำ
ออกพรรษา เซียนสุรา อย่าระส่ำ
ประกอบทำ กรรมดี มีคุณค่า
ตลอดยาม สามเดือน จะเลื่อนลา
"งดสุรา" หน้าใส ไปหลายราย
มีเงินเหลือ เพื่อลูกหลาน ทานขนม
ครอบครัวสม สุขดีมี วันให้
เพิ่มเวลา แห่งความสุข สิ้นทุกข์ไป
แม่ลูกไหว้ กราบพ่อ เพราะกรรมดี
สุราเศร้า เหงางอน นอนคาขวด
ดูร้าวรวด สิ้นค่า สิ้นราศรี
แม่โขงค้อน งอนยัน บรั่นดี
เมื่อไม่มี ใครที่ใหน ใส่ใจมอง
แต่"ยาดอง" มิหมองใจ มิได้สน
ขวดเดือดล้น หกคะเมน เลนทั่วห้อง
สิบเอ็ดตัว พล่านศึก คึกคะนอง
หนีจากห้อง ไปเตรียมการ ระรานเมือง
ปล่อยเหล้าขาว เศร้าสร้อย น้อยใจนัก
ที่บอกรัก เอาใจ ไม่ได้เรื่อง
มิลงแก้ว ด้วยกัน มันน่าเคือง
จะก่อเรื่อง ก่อการ ประหารใคร
อยู่ใหนเล่า เจ้าเสือ สิบเอ็ดตัว
เรื่องกรรมชั่ว ละว่าง วางได้ไหม
มาลงขวด ผสมเหล้า คลายเหงาใจ
"คนเขาได้ เห็นค่า ว่าของดี"
ว่าแต่ว่าเรื่องกินเหล้ามันห้ามกันยากคนชอบดื่มก็บอกเหตุไม่ได้ว่าทำไม...เราๆท่านๆพิศมัยกันนัก นานครั้งน่าจะดีกว่าเป็นเรื่องเป็นราวขึ้นมาก็เพราะเมานี่เยอะนัก ร้อยละ 90 นั่นแหละครับ...ผมนั้นดื่มนิดหน่อย พอคนแถวบ้านบ่น ก็เลิกเล่นๆกับเพื่อน...อาทิตย์ละครั้ง เข้าพรรษาก็ละ...ดีเหมือนกันครับ แต่ความจริงถ้าเลิกดื่มไปเสียได้ก็ดีครับ
17 ตุลาคม 2553
ปรองดอง
ปรองดองปองของคน ปกครอง
ย่างย่ำตามครรลอง หยอกยั่ว
ยื่นมือยื่นยิ้มมอง หมกมีด แฝงมา
ดีกลบเลวหมกมั่ว ปากว่า ปรองดอง
ย่างย่ำตามครรลอง หยอกยั่ว
ยื่นมือยื่นยิ้มมอง หมกมีด แฝงมา
ดีกลบเลวหมกมั่ว ปากว่า ปรองดอง
18 มีนาคม 2553
ไพร่อำมาตย์ และไพร่สถุน
ข้อความตอนหนึ่งในหลักศิลาจารึกหลักที่ ๑ พ่อขุนรามคำแหง ได้ทรงบันทึกเรื่องราวเกี่ยวกับ ”ไพร่”ไว้ ความว่า "เมื่อชั่วพ่อขุนรามคำแหง เมืองสุโขทัยนี้ดี ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว เจ้าเมืองบ่เอาจังกอบในไพร่ลู่ทาง เพื่อนจูงวัวไปค้า ขี่ม้าไปขาย ใครจักใคร่ค้าช้างค้า ใครจักใคร่ค้าม้าค้า ใครจักใคร่ค้าเงินค้าทองค้า ไพร่ฟ้าหน้าใส"
กรุงสุโขทัยเป็นอดีตราชธานีของไทย มีความเจริญรุ่งเรือง เป็นศูนย์กลางทางการปกครอง ศาสนา และเศรษฐกิจ ที่สำคัญของไทยในครั้งกระนั้น การร้องทุกข์ในสมัยนั้นหน้าเมืองจะมีกระดิ่งแขวนไว้เพื่อบริการให้แก่ผู้ร้องทุกข์เข้ามาสั่นกระดิ่ง (คล้ายๆกับเปาบุ้นจิ้น) ในการร้องทุกข์อาจมาเพียงคนเดียวก็ได้ แล้วกระบวนการแก้ไขปัญหาก็เริ่มขึ้น แต่ในที่นี้อยากจะพูดเรื่องไพร่ก่อนนะครับไพร่หลวง คือไพร่ที่สังกัดกรมกองต่างๆ เป็นไพร่ของพระมหากษัตริย์โดยตรง ประเภทที่ต้องถูกเกณฑ์มาทำงานตามราชการกำหนด
ไพร่สม เป็นไพร่ที่พระมหากษัตริย์พระราชทานให้มูลนายและขุนนางที่มีตำแหน่งทางราชการเพื่อผลประโยชน์ตอบแทน ไพร่สมจะต้องทำงานให้ราชสำนักปีละ 1 เดือน ส่วนเวลาที่เหลือจะไปรับใช้มูลนายหรือส่งเงินทดแทนให้ก็ได้ แต่เมื่อมีสงครามทุกคนต้องเป็นทหารป้องกันอาณาจักร
สำหรับอำมาตย์นั้น คงจะเป็นที่ปรึกษาของพระมหากษัติย์ (ดูจากในละครจักรๆวงศ์ๆ) นายกรัฐมนตรีนั้นคงไม่ใช่อำมาตย์ คงจะเป็น ไพร่สม ซะมากว่า ไม่มีโอกาสได้กระทำการใดๆแทนพระมหากษัติย์ แต่อาจมีข้อยกเว้นในบางเรื่องเช่นเรื่องที่พระมหากษัตริย์ทรงมีพระบรมราชโองการ ดังนั้นไพร่จึงมีความสำคัญต่อความเป็นสังคมอย่างยิ่ง ตั้งแต่ครั้งโบราณกาลมาจนถึงปัจจุบัน อีกทั้งเป็นผู้ขับเคลื่อนสังคมไปตามระเบียบกฎเกณฑ์ที่สังคมได้กำหนดขึ้น ต่างกระทำหน้าที่ไปตามประเภทของไพร่นั้น หากปฏิบัติให้เป็นไปตามกฎเกณฑ์ ไพร่ฟ้าก็จะหน้าใส กันทั่วหน้า สำหรับไพร่ที่คอยทำร้ายบ้านเมืองเพื่อเงิน เพื่อสุขความความอยู่รอดของพวกตนเองนั้น เขาเรียกว่า “ไพร่สถุน” ครับ
13 มกราคม 2553
MapWindow GIS Application


MapWindow GIS เป็น โปรแกรม open source ที่เป็น Gis Desktop คุณสามารถใช้งาน เพื่อ ตรวจสอบ และ สร้างและแก้ไข ข้อมูล GIS ใน รูป แบบ ไฟล์ต่างๆ ได้หลายรูปแบบ โปรแกรม มี ปลั๊กอิน สำหรับ งาน geoprocessing ต่างๆ เช่น buffer, merge ที่สำคัญก็คือ ฟรี ผู้ใช้สามารถนำโปรแกรมมาใช้งานได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย โปรแกรมนี้เปิดโอกาสให้โปรแกรมเมอร์ที่มีความสามารถนำไปต่อยอดด้วยการเขียนสคริปต์ด้วย Vb.net หรือ C# เพื่อสร้างฟังชั่น หรือโปรแกรมใช้เฉพาะตามความต้องการได้ แหล่ง คุณสามารถดาวน์โหลด MapWindow GIS ไดที่ http://www.mapwindow.org/download
04 มกราคม 2553
เป็นไปได้ คนแย่งพฤติกรรมของสุนัข
"ตีฆ้องร้องป่าว" เริ่มมีใช้ในสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อมีพระบรมราชโองการให้ประกาศเรื่องใดให้ราษฎรทราบพระราชกฤษฎีกา ประเพณีเดิมในกรุงเทพฯ กรมเมืองให้นายอำเภอเป็นเจ้าพนักงานไปเที่ยวอ่านประกาศตามตำบลที่ชุมนุม ส่วนหัวเมืองทั้งปวงเจ้าเมืองกรมการให้กำนันเป็นพนักงานอ่านประกาศ เมื่อพนักงานจะอ่านประกาศที่ตำบลใด ให้ตีฆ้องเป็นสัญญาณเรียกราษฎรมาประชุม แล้วอ่านประกาศให้ฟัง ณ ที่นั้น วิธีประกาศเช่นนี้จึงเรียกกันว่า "ตีฆ้องร้องป่าว"
ป่าวประกาศ v. announce Syn. ประกาศ,ป่าว Related. publicize,broadcast,proclaim Def. บอกให้รู้ทั่วกัน
Sample: เราวางแผนการทำงานที่ผู้บังคับบัญชาสั่งงานนี้ไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้วนะ ลงมือปฏิบัติงานเมื่อไร เราต้อง ป่าวประกาศไปให้ทั่ว เพื่อให้เจ้านายได้ทราบว่าเราก็ทำงานเหมือนกัน
ทำไมจึงนำเรื่องตีฆ้องร้องป่าวมาพูดตอนนี้ล่ะ ก็เพราะมันมีเรื่องนะซี คนนำเอาไปดัดแปลง นำไปใช้ในทางที่ผิด ไปบัญญัติคำใหม่ เช่น "ตีปี๊บ" ที่จริงก็อยากจะพูดเเรื่องตีปี๊บนั่นแหละ เอาเริ่มเลยนะ
วันหยุดที่ผ่านมา ผมมีโอกาสได้ไปพักผ่อนที่บ้านนอก บ้านผมนั้นโดยปกติจะมีสุนัขอยู่ตัวเดียว มันจะคอยเฝ้าคลอเคลียเป็นประจำเมื่อผมอยู่ที่บ้าน มันน่ารัก รู้จักประจบ โดยจะคอยทำหน้าที่หวงแหนสิ่งของและขอบเขตอาณาบริเวณบ้าน มันไม่ค่อยจะเห่าหรอก แม้ว่าจะมีคนแปลกหน้าเดินผ่าน ผ่านก็เชิญผ่านไป อย่าหยิบข้างของก็แล้วกัน มันหวง ไอ้โต คือชื่อของมัน บางครั้งบางคราวจะมีสุนัขข้างบ้าน ลูกพี่ลูกน้องของมันนั่นแหละ มันชื่อ นังแจม มันสนิสนมกัน ก็มากินข้าวที่บ้านผมอยู่เป็นประจำ นังแจมเป็นหมาทำงาน ไม่ว่าใครจะผ่านไปผ่านมา มันก็เห่ากรรโชคเป็นที่น่ารำคาญ ผมเคยตวาดให้มันหยุดเห่าอยู่บ่อยๆ ในขณะที่นังแจมมันทำหน้าที่ทดแทนคุณข้าว ไอ้โต ซึ่งไม่เคยทำหน้าที่นี้เลย ก็ผสมโรง แหมมันประจบจนออกนอกหน้า ผมอยากรู้นักว่า ในเวลาที่ผมไม่อยู่บ้านมันจะมีพฤติกรรมอย่างไร
ผมเลยลองแกล้งออกไปจากบ้านแล้วสังเกตดู มันจริงอย่างที่คิด มันเห่าเฉพาะหมาแปลกน้า เพราะมันหวงสถานที่เขตที่ทำกินของมัน ในเวลาที่มีคนเดินผ่านมันก็เฉยๆ อย่างนี้มันทำงานเพื่อเอาหน้าเท่านั้นนี่นา นึกขึ้นมาได้ว่า ตีปี๊บ น่าจะเหมาะสมที่สุดสำหรับพฤติกรรมอย่างนี้ โธ่ ไม่น่าเลย นี่มันพฤติกรรมของคนนี่นา เอ๊ะ หรือว่า คนแย่งพฤติกรรมจากหมา เป็นไปได้ คนแย่งพฤติกรรมหมาแน่นอน นอกจากจะชอบทำงานแบบเอาหน้าแล้วมันยังชอบเลียแข้งเลียขาด้วยนะ แหม เจ้านายอย่างผม ก็ชอบเสียเหลือเกิน
ตีฆ้องร้องป่าว ผมว่าไม่ได้ถูลืมหรอกนะ เขายังนิยมใช้กันอยู่ แต่คำและความหมายมันเปลี่ยนไป เท่านั้น
ป่าวประกาศ v. announce Syn. ประกาศ,ป่าว Related. publicize,broadcast,proclaim Def. บอกให้รู้ทั่วกัน
Sample: เราวางแผนการทำงานที่ผู้บังคับบัญชาสั่งงานนี้ไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้วนะ ลงมือปฏิบัติงานเมื่อไร เราต้อง ป่าวประกาศไปให้ทั่ว เพื่อให้เจ้านายได้ทราบว่าเราก็ทำงานเหมือนกัน
ทำไมจึงนำเรื่องตีฆ้องร้องป่าวมาพูดตอนนี้ล่ะ ก็เพราะมันมีเรื่องนะซี คนนำเอาไปดัดแปลง นำไปใช้ในทางที่ผิด ไปบัญญัติคำใหม่ เช่น "ตีปี๊บ" ที่จริงก็อยากจะพูดเเรื่องตีปี๊บนั่นแหละ เอาเริ่มเลยนะ

วันหยุดที่ผ่านมา ผมมีโอกาสได้ไปพักผ่อนที่บ้านนอก บ้านผมนั้นโดยปกติจะมีสุนัขอยู่ตัวเดียว มันจะคอยเฝ้าคลอเคลียเป็นประจำเมื่อผมอยู่ที่บ้าน มันน่ารัก รู้จักประจบ โดยจะคอยทำหน้าที่หวงแหนสิ่งของและขอบเขตอาณาบริเวณบ้าน มันไม่ค่อยจะเห่าหรอก แม้ว่าจะมีคนแปลกหน้าเดินผ่าน ผ่านก็เชิญผ่านไป อย่าหยิบข้างของก็แล้วกัน มันหวง ไอ้โต คือชื่อของมัน บางครั้งบางคราวจะมีสุนัขข้างบ้าน ลูกพี่ลูกน้องของมันนั่นแหละ มันชื่อ นังแจม มันสนิสนมกัน ก็มากินข้าวที่บ้านผมอยู่เป็นประจำ นังแจมเป็นหมาทำงาน ไม่ว่าใครจะผ่านไปผ่านมา มันก็เห่ากรรโชคเป็นที่น่ารำคาญ ผมเคยตวาดให้มันหยุดเห่าอยู่บ่อยๆ ในขณะที่นังแจมมันทำหน้าที่ทดแทนคุณข้าว ไอ้โต ซึ่งไม่เคยทำหน้าที่นี้เลย ก็ผสมโรง แหมมันประจบจนออกนอกหน้า ผมอยากรู้นักว่า ในเวลาที่ผมไม่อยู่บ้านมันจะมีพฤติกรรมอย่างไร
ผมเลยลองแกล้งออกไปจากบ้านแล้วสังเกตดู มันจริงอย่างที่คิด มันเห่าเฉพาะหมาแปลกน้า เพราะมันหวงสถานที่เขตที่ทำกินของมัน ในเวลาที่มีคนเดินผ่านมันก็เฉยๆ อย่างนี้มันทำงานเพื่อเอาหน้าเท่านั้นนี่นา นึกขึ้นมาได้ว่า ตีปี๊บ น่าจะเหมาะสมที่สุดสำหรับพฤติกรรมอย่างนี้ โธ่ ไม่น่าเลย นี่มันพฤติกรรมของคนนี่นา เอ๊ะ หรือว่า คนแย่งพฤติกรรมจากหมา เป็นไปได้ คนแย่งพฤติกรรมหมาแน่นอน นอกจากจะชอบทำงานแบบเอาหน้าแล้วมันยังชอบเลียแข้งเลียขาด้วยนะ แหม เจ้านายอย่างผม ก็ชอบเสียเหลือเกิน
ตีฆ้องร้องป่าว ผมว่าไม่ได้ถูลืมหรอกนะ เขายังนิยมใช้กันอยู่ แต่คำและความหมายมันเปลี่ยนไป เท่านั้น
สมัครสมาชิก:
ความคิดเห็น (Atom)


